เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
โรงเรียนชุมชนวัดไทรน้อย ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี

วันเสาร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2553

เผยแพร่ผลงานชุดการสอนกิจกรรมแนะแนว

เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ เรื่อง รายงานการพัฒนาชุดการสอนกิจกรรมแนะแนวเพื่อพัฒนาด้านการปรับตัวโดยใช้แนวคิดตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนชุมชนวัดไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี

ผู้รายงาน นางรัชนี เต็มแก้ว
โรงเรียน โรงเรียนชชุมชนวัดไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี
สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานนทบุรี เขต 2
ปีการศึกษา 2553

บทคัดย่อ

รายงานการพัฒนาชุดการสอนกิจกรรมแนะแนวเพื่อพัฒนาด้านการปรับตัวโดยใช้แนวคิดตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนชุมชนวัดไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานนทบุรี เขต2 ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์
1)เพื่อพัฒนาชุดการสอนกิจกรรมแนะแนวเพื่อพัฒนาด้านการปรับตัวโดยใช้แนวคิดตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2)เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยชุดการสอนกิจกรรมแนะแนวเพื่อพัฒนาด้านการปรับตัวโดยใช้แนวคิดตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 3)เพื่อศึกษาแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดการสอนกิจกรรมแนะแนวเพื่อพัฒนาด้านการปรับตัวโดยใช้แนวคิดตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ ในการศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนชุมชนวัดไทรน้อย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานนทบุรี เขต2 ปีการศึกษา 2553 ภาคเรียนที่1 จำนวนนักเรียน 44 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า ได้แก่
1)ชุดการสอนกิจกรรมแนะแนวเพื่อพัฒนาด้านการปรับตัวโดยใช้แนวคิดตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 5 เรื่อง 11 กิจกรรม
2)แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ชุดการสอนกิจกรรมแนะแนวเพื่อพัฒนาด้านการปรับตัวโดยใช้แนวคิดตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เป็นข้อสอบแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ
3)แบบทดสอบ ก่อนเรียน - หลังเรียน ระหว่างการใช้ชุดการสอนกิจกรรมแนะแนวเพื่อพัฒนาด้านการปรับตัวโดยใช้แนวคิดตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 11 ฉบับ
4)แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดการสอนกิจกรรมแนะแนวเพื่อพัฒนาด้านการปรับตัวโดยใช้แนวคิดตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ผลการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า
1.ชุดการสอนกิจกรรมแนะแนวเพื่อพัฒนาด้านการปรับตัวโดยใช้แนวคิดตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.33/81.43 สูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้
2.นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เรียนโดยใช้ชุดการสอนกิจกรรมแนะแนวเพื่อพัฒนาด้านการปรับตัวโดยใช้แนวคิดตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีค่าเฉลี่ยก่อนเรียนและคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
3.นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ชุดการสอนกิจกรรมแนะแนวเพื่อพัฒนาด้านการปรับตัวโดยใช้แนวคิดตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.35

ชุดการสอนกิจกรรมแนะแนวเพื่อพัฒนาด้านการปรับตัวโดยใช้แนวคิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
ประกอบด้วย 5 เรื่อง 11 กิจกรรม ดังนี้
เรื่องที่ 1 ยอมรับความแตกต่าง
กิจกรรมที่ 1 ไม่เหมือนก็ไม่แปลก
กิจกรรมที่ 2 แตกต่างที่ลงตัว
กิจกรรมที่ 3 เปิดใจยอมรับ
เรื่องที่ 2 การสื่อสารที่เหมาะสม
กิจกรรมที่ 4 สื่อสารชัดเจน
กิจกรรมที่ 5 อย่างนี้ต้องปฏิเสธ
เรื่องที่ 3 สุขภาพจิต
กิจกรรมที่ 6 โกรธคือโง่
กิจกรรมที่ 7 พิชิตความเครียด
เรื่องที่ 4 การบำเพ็ญประโยชน์
กิจกรรมที่ 8 จิตอาสา
เรื่องที่ 5 การอยู่ร่วมกับผู้อื่น
กิจกรรมที่ 9 คนดีของ ม.ท.น.
กิจกรรมที่ 10 ผู้นำผู้ตาม
กิจกรรมที่ 11 ปรับปรุงบุคลิกาพ

วันพุธที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2553

การแสดงวันสุนทรภู่ ปี 53

การแสดงวันเด็ก ปี53


วัยรุ่นกับสิวคู่กันจริงหรือ

สิวเป็นสิ่งที่วัยรุ่นและหนุ่มสาวทุกคนรู้จักกันดี สิวเป็นสัญญาณของการแตกเนื้อหนุ่มสาว ส่วนมากมักจะพบว่ามีสิวกันตั้งแต่อายุประมาณ 12-13 ปี และจากสถิติทางการแพทย์พบว่าวัยรุ่นประมาณ 80% เคยเป็นสิวมาก่อน



อะไรล่ะ? ที่ทำให้เป็นสิว
เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น ฮอร์โมนเพศในร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะ ฮอร์โมนเพศแอนโดรเจน ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นต่อมไขมันให้ทำงานมากขึ้น
เมื่อรูขุมขนบริเวณใบหน้า บริเวณอกและแผ่นหลังอุดตัน ไขมันที่ถูกสร้างจากต่อมไขมันระบายออกไม่ทัน ก็จะกลายเป็นอาหารอย่างดีแก่เชื้อแบคทีเรียบนผิวหนัง และทำให้เกิดการอักเสบตามมา

สิวแบ่งเป็น..
1. สิว(ที่ยัง)ไม่อักเสบ ซึ่งสามารถแบ่งออกได้อีก 2 ชนิด คือ สิวหัวขาว(สิวหัวปิด) และสิวหัวดำ(สิวหัวเปิด)
2. สิวอักเสบ มีลักษณะเป็นตุ่มหนอง ฝี หรือตุ่มถุงน้ำอักเสบ สิวแบบนี้มักจะทำให้เกิดแผลเป็น ซึ่งอาจมีลักษณะเป็นรอยนูน หรือรอยบุ๋มก็ได้

ดูแลตัวยังไง? ไม่ให้เป็นสิว
หากเป็นสิว ไม่ต้องกังวลมากเกินไป เนื่องจากเมื่อเกิดความกังวล มักจะทำให้ไปสัมผัสบริเวณนั้นตลอดเวลา ดังนั้นจึงควรปฏิบัติตน และดูแลผิวตัวเองดังนี้
1. รักษาความสะอาดโดยล้างหน้าวันละ 2-3 ครั้งก็เพียงพอ เนื่องจากสิวไม่ได้เกิดจากความสกปรกของฝุ่นผงในอากาศ เวลาล้างหน้าอย่าถูแรง พยายามหลีกเลี่ยงการใช้สครับล้างหน้าเพราะระคายผิว และหลีกเลี่ยงการใช้สบู่หรือโฟมล้างหน้าทั่วไปที่ฤทธิ์เป็นด่าง ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่อ่อนต่อผิว
2. หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสารเคมีที่อาจจะทำให้เกิดสิว ควรเลือกใช้เครื่องสำอางที่ระบุว่า ไม่ทำให้เกิดสิว(Non-Comedogenic)
3.หลีกเลี่ยงการสัมผัสผิวหน้าบ่อย ๆ
4. อย่าบีบหรือแกะสิวเพราะจะทำให้เกิดรอยแผลเป็นซึ่งรักษาหายได้ยากกว่าการรักษาสิว
5. อย่าปล่อยให้ผมยาวรุงรังปรกหน้า และอย่าปล่อยให้ผมมัน และควรงดใช้น้ำมันใส่ผม เจล หรือสเปรย์
6. พยายามอย่าให้เครียด อย่าให้เกิดอารมณ์หงุดหงิดหรือกังวล และพยายามอย่านอนดึก




ถ้าเป็นสิว..แล้วจะรักษาอย่างไรดี?
1. ถ้าเป็นสิว(น้อย) และสิวยังไม่อักเสบมากนัก ควรใช้ยาทาลอกผิวที่มีฤทธิ์ละลายตุ่มสิวอุดตันซึ่งเป็นอนุพันธ์ของกรดวิตามินเอเพื่อทำให้หัวสิวหลุดออก
2. ถ้ามีสิวอักเสบบ้างเล็กน้อย ควรเลือกใช้ยาทากลุ่มยาฆ่าเชื้อ เช่น เบนซอยล์ เปอร์ออกไซด์ และยาปฏิชีวนะ ซึ่งอาจใช้ร่วมกับยาทาลอกผิวข้างต้น
3. ผู้ที่เป็นสิวอักเสบปานกลาง จนถึงขั้นรุนแรงควรพบแพทย์ผิวหนังเพื่อรับประทานยา อย่าเลือกใช้ยาเองเพราะอาจทำให้เกิดอาการสิวรุนแรงขึ้น และอาจทำให้เป็นแผลเป็นหรือรอยดำได้

การรักษาสิวด้วยยาทาและยารับประทานจำเป็นต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ ตามขั้นตอนการรักษาอย่างต่อเนื่องไม่ควรใจร้อน เพราะอาจต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งจึงจะเห็นผล การรักษาที่ไม่ต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดการดื้อยา มีผลทำให้การรักษายากยิ่งขึ้น และมีโอกาสเกิดการกลับเป็นซ้ำได้มากขึ้นด้วย
การเลือกซื้อยาทาและยารับประทานเองควรปรึกษาเภสัชกรให้ละเอียดเพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงของยาที่อาจจะ เกิดขึ้นได้ เช่น การระคายเคือง
ปัญหาสิวพบได้บ่อย คู่กับความเป็นวัยรุ่น แต่ไม่ใช่ปัญหาที่ร้ายแรง อย่ากังวลมากจนเกินไป หากใส่ใจปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง และตามคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำให้อาการของสิวดีขึ้น เป็นการลด ัปัญหาการกลับเป็นสิวขึ้นใหม่และลดโอกาสการเกิดรอยแผลเป็นจากสิวและเมื่อย่างเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ การเกิดสิวก็จะลดน้อยลงไปเอง
ค้ดลอกจาก http://www.ask.com/bar

วิธีสร้างเสน่ห์....ให้ตนเอง

1. ไม่มีคำว่าต่ำต้อย และอย่าดูถูกตัวเองเด็ดขาด

โปรดจำไว้ให้แม่นว่า แม้คุณจะไม่ได้ดิบดีวิเศษวิโสเท่าคนอื่นๆ แต่คุณก็มีอะไรดีๆ มากมายอยู่ในตัวเอง เพียงแต่รอเวลาที่จะเผยโฉมหน้าของมัน ให้ใครต่อใครชื่นชม อย่าดูถูกตัวเองเด็ดขาด เพราะจะเป็นการบั่นทอนความเชื่อมั่นอย่างร้ายแรงที่สุด แม้ว่าใครจะวิพากษ์วิจารณ์คุณในทางร้ายอย่างไรก็จงเฉยเสีย อย่าไปตอบโต้ เพราะไม่มีใครหรอกที่อยากเห็นคนอื่นดีกว่าตัวเอง

2. กล้าที่จะเสี่ยง

คุณควรที่จะลองเสี่ยงกับชีวิต โดยการออกไปเผชิญโลกภายนอกที่ไม่คุ้นเคยบ้าง หาประสบการณ์แปลกใหม่ สร้างสีสันให้กับชีวิต รู้จักเพื่อนใหม่ๆ เปิดใจมองโลกให้กว้าง ยิ้มเข้าไว้ในทุกแห่งที่คุณย่างกรายไป รอยยิ้มเป็นประตูอย่างดีสำหรับมิตรภาพ

3. อย่าทำตัวเป็นแม่พิกุลทอง

เพราะคนที่จะดึงดูดใจคนอื่นนั้น โดยมากจะไม่ใช่คนที่วางเฉย หากเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดี หาโอกาสคุยกับคนใกล้เคียงก่อน แล้วกระจายไปยังคนรอบข้าง ยิ่งคุณผูกมิตรกับคนทั่วไปมากขึ้นเท่าไหร่ เสน่ห์ในตัวคุณก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น แต่ที่ควรระวังคืออย่าพูดมากเกินไป จนคู่สนทนาเกิดความรำคาญ

4. รอบรู้สนใจในทุกๆ เรื่อง

ต้องพึงหาความรู้ใส่ตัวไว้ในทุกๆ เรื่อง เผื่อว่ามีคนถาม แล้วคุณจะได้แสดงภูมิปัญญาออกไปให้เขาฮือฮาเล่น แต่อย่าอวดตัวเองว่าแน่เหลือหลาย เพราะแทนที่จะเป็นผลดีกลับติดลบ แม้ว่าคุณเก่งจริงก็ตาม ไม่สังเกตหรือว่าคนที่เข้ากับใครๆ ได้ทุกคนคือคนที่รู้จักถ่อมตัว ถ้าเรื่องไหนที่คุณไม่รู้ก็จงบอกออกไปเรียบๆ ว่าไม่ได้ติดตามเรื่องนี้ แล้วถามกลับอย่างสุภาพว่าเขาพอจะให้ความรู้แก่คุณบ้างได้ไหม อย่าดันทุรังตอบไปข้างๆ คูๆ เด็ดขาด

5. ท่วงท่าให้ดูสง่างาม มั่นใจ สร้างความดูดีให้กับตัวเอง

คุณอาจเคยเห็นคนที่มองรวมๆ แล้วดูดีมีเสน่ห์กว่าคนสวย แค่มีมันสมองที่ฉลาดปราดเปรื่อง หน้าตาที่เข้าท่าให้ดูสง่า มั่นใจดูแลผิวพรรณให้สะอาดสะอ้าน แต่งเนื้อแต่งตัวให้เหมาะกับโอกาสและสถานที่ ผมเผ้าทำให้รับกับใบหน้า อย่าตามแฟชั่นจนเกินงาม เพราะอาจไม่เหมาะกับเราก็ได้ ยิ่งคุณดูแลตัวเองมากขึ้นเท่าไหร่ ผลกระทบจากสายตาคนภายนอกก็จะส่งผลให้ความเชื่อมั่นในตัวคุณเพิ่มมากขึ้น

6. หมั่นชมผู้อื่นด้วยความจริงใจ

อย่าสงวนคำพูดชมเชยคนอื่นไว้เพื่อตนเอง ถ้าคุณชื่นชมใครจงแสดงออกมาอย่างเปิดเผย เพราะในที่สุดคำชมนั้นจะหวนกลับมาหาคุณเอง เพราะเมื่อคุณเห็นความดีงามในตัวผู้อื่น เขาก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องชมเชยคุณเช่นกัน เป็นการเพิ่มความมั่นใจให้กับคุณด้วย อย่าไปคิดว่าการชมเชยผู้อื่นเป็นเรื่องไม่ดี ไม่จริงใจ เพราะนั่นก็เป็นการแสดงถึงการที่คุณก็เชื่อในความคิดของคุณเหมือนกัน จึงกล้าชมเชยเขาออกไป

7. เอาใจเขามาใส่ใจเรา

การมองโลกด้วยสายตาคนอื่น เป็นคุณสมบัติที่น่ารักมากทีเดียว เพราะเมื่อคุณยืมสายตาของคนอื่นมาไตร่ตรองในการกระทำที่ทำลงไป ก็จะรู้ซึ้งว่าที่ทำไปน่ะถูกรึเปล่า บางครั้งเราอาจจะคิดว่าตัวเราที่เป็นอยู่น่ะ มันดีเลิศประเสริฐศรีหาใครเทียบเทียมแล้ว แต่ความจริงในสายตาของคนอื่นกลับกลายเป็นยายเฉิ่มเบ๊อะที่หลงตัวเองอย่างไม่ลืมหูลืมตา ลองมองตัวเองด้วยสายตาของผู้อื่น แล้วจะรู้ก้าวต่อไปที่จะเดินไปข้างหน้านั้น ไปขวางหูขวางตาชาวบ้านเขารึเปล่า หรือว่าเขากำลังมองดูเราอย่างชื่นชมกันแน่

8. ลบล้างความทรงจำที่เลวร้าย

ถ้าคุณมีความทรงจำที่ทำร้ายความรู้สึกมาก่อน จงลบล้างมันเสียให้หมด เพราะคุณอยู่กับวันนี้และพรุ่งนี้เท่านั้น เปลี่ยนเรื่องร้ายให้กลายเป็นเรื่องดี นึกเสียว่าเรากำลังเรียนรู้โลกทั้งสองด้าน มีทั้งดีและไม่ดี อย่าไปเก็บความทรงจำในอดีตมาคิดให้ขุ่นมัวเสียความมั่นใจไปเปล่าๆ

การบริหารงานแนะแนว

ความหมายของการแนะแนว
การแนะแนว เป็นกระบวนการต่อเนื่องที่ใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ เพื่อช่วยเหลือบุคคลให้รู้จักเข้าใจตนเองและสิ่งแวดล้อม สามารถตัดสินใจเลือกสิ่งต่าง ๆ ได้ด้วยตนเองอย่างฉลาด มีเหตุผล รู้จักป้องกันปัญหา วางแผน และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข

ขอบข่ายของการแนะแนว
1. ด้านการศึกษา
2. ด้านอาชีพ
3. ด้านส่วนตัวและสังคม

เป้าหมายของการแนะแนว
1. ส่งเสริมพัฒนา
2. ป้องกัน
3. แก้ไขปัญหา

วันจันทร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2553

ลูกขนไก่

แบดมินตัน เชื่อกันว่าเล่นกันมาเมื่อ 2,000 ปี มีเล่นกันในนเดีย จีน ญี่ปุ่นและเม็กซิโก กีฬาแบดมินตันถือกำเนิดที่ประเทศอินเดียในนาม "ปูนา"(Poona) เมื่อประมาณ พ.ศ. 2403 นายทหารอังกฤษได้ไปพบและนำฬานี้ไปเล่น
ต่อมาก็ได้นำอุปกรณ์และวิธีการเล่นเกมนี้ไปเล่นในประเทศอังกฤษ และกีฬา "ปูนา" ของอินเดียได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น "แบดมินตัน" มีเรื่องเล่าว่า ในวันหนึ่งใน พ.ศ.2416 ได้มีการจัดงานเลี้ยงและเล่นกีฬานี้ที่คฤหาสน์ในชนบทแห่งหนึ่งของดุ๊กโบฟอร์ด ซึ่งมีชื่อเรียกว่า "แบดมินตัน" ในขณะที่มีการเล่นกีฬานี้ เกิดฝนตกหนัก ทำให้ไม่สามารถเล่นกีฬานี้ต่อไปได้ แขกที่ได้รับเชิญมาต้งวิ่งหลบฝนและได้เอาตาข่ายไปขึงในห้องโถงเพื่อเล่นกีฬาต่อไป ด้วยเหตุนี้ การเล่นกีฬานี้จึงได้ชื่อเรียกว่า "แบดมินตัน" ตั้งแต่นั้นมา
และลูกขนไก่ที่ใช้เล่นกันนั้น แท้จริงแล้วไม่ได้ทำมาจากขนไก่เหมือนชื่อของมัน แต่มันทำมาจากขนของเป็ดนะครับ

วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2553

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน หลักสูตร51

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ประกอบด้วย 3 กิจกรรม คือ
1. กิจกรรมแนะแนว
เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์สิ่งแวดล้อม สามารถคิดตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา กำหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตทั้งด้านการเรียน และอาชีพ สามารถปรับตนได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยเหลือและให้คำปรึกษาแก่ผู้ปกครองที่มีสว่วนร่วมพัฒนาผู้เรียน
2. กิจกรรมนักเรียน
เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเป็นผู้นำ ผู้ตามที่ดี ความรับผิดชอบการทำงานร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจที่เหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปันเอื้อาทรและสมานฉันท์ โดยจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียน ให้ได้ปฏิบัติด้วยตนเองในทุกขั้นตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติตามแผนประเมิน และปรับปรุงการทำงานเน้นการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียนและบริบทของสถานศึกษาและท้องถิ่น กิจกรรมนักเรียนประกอบด้วย
2.1 กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพ็ญประโยชน์
2.2 กิจกรรมชุมนุม
3. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และท้องถิ่นตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีวงาม ความเสียสละต่อสังคม และการมีจิตสาธารณะ เช่น กิจกรรมอาสาพัฒนาต่าง ๆ กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม